รีวิวหนัง Seeking Justice

เป็นเนื่องจากว่าอาทิตย์นี้หนังที่เข้าก็ไม่มีอะไรน่าดึงดูดแล้วเว้นเสียแต่ The Thing (แถมยังมองไปแล้วเมื่อวันพฤหัสซึ่งแม้ผมจะเคยข้อตกลงกับตนเองไว้ว่า จะไม่ดูหนังของ นิโคลัส เคจ ในโรงภาพยนต์อีกแล้ว เพราะว่าระยะหลังเฮียมึงเล่นหนังไม่เลือกมากเกิน แต่ยังไงก็ตามหัวข้อนี้ไปดูมาแล้วเป็นยังไงไปอ่านเลยครับผม

Seeking Justice เรื่องราวของคุณครูสอนภาษาอังกฤษอย่าง วิล ที่มีชีวิตอยู่กับเมียแสนงามอย่างลอร่า ที่พวกเขาพึ่งครบรอบการสมรสมา ปีหมาดๆแต่ว่าแล้วเหตุที่ไม่คิดก็เกิดขึ้นในคืนนั้น ที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของวิล แล้วก็ ลอร่า จำต้องแปรไป เมื่อ ลอร่า ดันโดนขโมยกระจอกงอกง่อยคนนึงนั้น ชิงทรัพย์ปล้น และก็ ขืนใจ จนกระทั่งทำให้รุนแรงไปยาวนานหลายวัน แม้กระนั้นแล้วระหว่างการดูแลรักษานั้นเอง ชายนิรนามอย่าง ไซม่อน ได้ดันมายืนคำแนะนำให้กับ วิล ว่าพวกเขาจะกระทำฆ่าชายผู้ที่ข่มขืนกระทำชำเราเมียของเขาให้เอง เพียงแค่มีข้อต่อรองว่า วิล จำต้องทำบางสิ่งบางอย่างให้พวกมัน ซึ่งเมื่อวิลตอบตกลง สิ่งที่อันตรายที่สุดก็กำลังจะเกิดขึ้น

Seeking Justice กำกับการแสดงโดย โรเจอร์ โดนัลสัน ภายหลังเมื่อ ปีที่ผ่านมาเขาเคยฝากผลงานการปล้นแบงค์บรรลือโลกมาแล้วใน The Bank Job แล้วก็หนังหักเหลี่ยมอย่าง The Recruitในปีนี้เขากลับมาพร้อมทั้งโปรเจคใหม่ ที่ไม่เคยรู้คิดเช่นไรถึงเรียกใช้บริการของดาราที่กำลังอยู่ในตอนขาลงอปิ้ง นิโคลัส เคจ ที่ผมจำเป็นต้องสารภาพเลยว่าสำหรับ เคจ นั้นผมเป็นแฟนๆของเฮียเอ็งเลยด้วยในตอนสมัยของ Con Air และก็ The Rock แต่ว่าเมื่อก้าวผ่านมาปี 2000 นี้ ความเชื่อได้ของ เคจ ในตัวผมเริ่มต่ำลงเรื่อยรวมทั้งหมดไปกับหนัง Season of The Witch แม้กระนั้นเพราะว่าเรื่อง Seeking Justice นับว่าเป็นผลงานน่าดึงดูดด้วยเครดิตของผู้กำกับ ร่วมด้วยผู้แสดงอย่าง กายเพียร์ซ ที่ยังจัดว่าเพียงพอมีคุณภาพน่าไว้ใจได้อยู่ พร้อมกับนางเอกสาว แจยูอารี โจนส์ ที่กำลังดัง

ซึ่งสำหรับ Seeking Justice สำหรับผมถ้าหากว่าคิดว่าหนังประเด็นนี้เป็นหนังแอ็คชั่น ก็อาจจะต้องขอบอกเลยว่า สอบตก เพราะว่านอกเหนือจากจะใส่ความมันในฉากแอ็คชั่นมิได้แล้ว คิวบู๊และก็ความใหม่ของหนังดูแล้วมันมีลัษณะทิศทางไปในทางของหนังเกรดบีมากยิ่งกว่าจะเป็นหนังโรง แต่ว่าถ้าหากว่าคิดว่า Seeking Justice ถือได้ว่าหนังดราม่า ริลเลอร์ ก็จัดว่ายังจะพอให้ยกโทษได้อยู่เพราะเหตุว่าหนังมีการเล่าไปในแนวเส้นตรง ไม่มีอะไรยากเกินทายใจ สลับเปลี่ยนไปกับฉากแอ็คชั่นเบาๆแล้วก็ดนตรีกระตุ้นอารมณ์ ในแบบสบายที่จัดว่าข้อพวกนั้นยังเป็นส่วนดีที่ทำให้ผู้ชมไม่หลับไปซะก่อน พร้อมกับใจความสำคัญด้านของ ความชอบธรรม ของหนัง

ที่จัดว่าเผยแพร่ข้อความสำคัญออกมาในต้นแบบสบายกล้วยๆด้วยอารมณ์ทำนองว่า ความเป็นธรรมไม่เคยมีอยู่ในโลก ด้วยเหตุว่าแม้กระทั้งผู้ยุงความถูกต้องอย่าง ตำรวจ ก็กลายเป็น คนทำลายความถูกต้อง เสียเอง ด้วยเหตุผลไม่ว่าจะเป็นการรับสินบน หรือ กินสินบน ก็ตาม ซึ่งข้อความสำคัญกลุ่มนี้หนังเล่าออกมาในแบบที่ไม่แออัดกระทั่งเหลือเกิน แล้วก็ในข้อสรุปของหนังก็ยังซ้ำเติมเรื่องนี้ได้อยู่ในขั้นระดับปานกลาง แต่ว่าแต่นั้น สำหรับจุดอ่อนใน Seeking Justice ยังมีอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นอย่างที่บอกไปแล้วทีนี้คือฉากแอ็คชั่นของหนัง แล้วก็อีกอย่างนึงนั้นเป็นด้านของบทหนังที่ยังคงใช้บริการบททำนองว่า หน่วยงานลับใต้ดิน อยู่มากมาย

ฉะนั้นหนังก็เลยยังมีช่องโหว่เกี่ยวกับบทด้านของหน่วยงานลับใต้ดินอยู่มากพอควรด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น ทำแบบงี้ได้อย่างไร แล้วฉากนี้ปลอดคนมองเห็นหรอ อะไรแนวๆนี้ แต่ว่าก็อย่างว่าล่ะครับผม นี้มันเป็นหนัง… แล้วก็นั้นรวมถึงด้านของดาราหนังที่จัดว่าหนังใช้ได้ไม่ค่อยคุ้มมากแค่ไหน ไล่ตั้งแต่ นิโคลัส เคจ ที่ไม่ค่อยมีฉากแอ็คชั่นแจ๋วให้กับเฮียแกมากสักเท่าไหร่ รวมทั้งซีนอารมณ์ด้วยด้วยเหมือนกัน รวมทั้ง กาย เพียร์ซ ที่หัวข้อนี้เห็นได้ชัดเลยว่า ความสามารถเริ่มถอยหลังลงมามากมายเนื่องจากมุ่งหวังจาก Memento ไว้มากมายเหลือเกิน (Seeking Justice เข้าฉายเฉพาะSF Cinema สาขา Central World (SFW) เพียงแค่นั้นครับ)

สรุป Seeking Justice ถือได้ว่าหนังทวงโกรธแค้น ที่เนื่อเรื่องแล้วก็สไตล์การเล่าเรื่องทำออกมามองได้เรื่อยรวมทั้งมีหัวข้อเรื่องความชอบธรรมที่พอดิบพอดีเหมาะสม แต่ว่าข้อตำหนิใหญ่ของหนังเป็นฉากแอ็คชั่นของหนังที่ดูแล้วไม่สนุก แถมยังมีน้อยเหลือเกินด้วยหละขอรับ ตกลงว่าถ้าหากรอคอยแผ่นออกหรือเปล่ามองเลยคุณก็มิได้พลาดอะไรไปนะครับ