รีวิวหนัง Headshot

ขึ้นชื่อว่าเป็นภาพยนตร์โดย เป็นเอก รัตเรือง ซึ่งหากใครกันแน่ได้โลดแล่นอยู่ในแวดวงภาพยนตร์หรือเป็นคนชอบดูหนัง อาจทราบดีว่า ผู้กำกับคนนี้นับว่าเป็นผู้กำกับแนวหน้าของประเทศไทยอีกคนโดยผลงานเก่าๆของพี่ต้อม ที่เลื่องลือก็ไม่ว่าจะเป็น พลอย เรื่องขบขัน 69 ซึ่งในปีนี้พี่ต้อได้ส่งผลงานใหม่มาให้เราดูแล้ว

ฝนตกขึ้นฟ้า เกิดเรื่องราวของตำรวจมือดี แล้วก็ มือขาวสะอาดอย่าง ตุล ที่อนาคตดูท่าจะไปได้ดิบได้ดีกับงานการ แม้กระนั้นแล้ววันนึง เขากลับได้ไปทำคดีจับแกงค์ค้าสารเสพติด แล้วก็หัวหน้าแกงค์คนนั้นดันเป็นลูกของ คนมีผลกระทบรายนึง ทำให้เขาถูกบังคับให้ทิ้งคดีซะ แม้กระนั้นด้วยความว่ายากสอนยากของเขาก็เลยทำให้โดนพวกผู้มีอำนาจพวกนี้ ขู่เข็ญ รวมทั้ง โดนยัดข้อกล่าวหาจับเขาเข้าเรือนจำจนถึงวันนึงได้มีนายหมอคนนึงที่ใช้นามสมมุติว่า ปีศาจร้าย มาชักชวนเขาไปดำเนินงานเป็นมือสังหารให้กับหน่วยงานลับกรุ๊ปนึง ที่เป็นหน่วยงานรอตามเก็บพวกนักการเมืองเลวทรามซึ่งอาชีพใหม่ของเขานี้เอง ทำให้เขาได้เจอความหมายของคำว่า ฝนตกขึ้นฟ้า

ฝนตกขึ้นฟ้า สำเร็จหน้าที่ควบคุมของ เป็นเอก รัตเรือง ซึ่งขั้นแรกเลยเป็น ส่วนตัวผมนั้น มิได้เป็นแฟนพันธุ์แท้ของผุ้ดูแลคนนี้สักเท่าไหร่ ผลงานของผู้กำกับคนนี้ที่เพียงพอผ่านตามาบ้างก็จะเป็นหนังเก่าๆอย่าง เรื่องขำขัน 69 ส่วนผลงานใหม่ๆนั้นมิได้ติดตามสักเรื่อง แล้วก็เหตุผลที่ทำให้ผมกลับมาพอใจผู้กำกับคนนี้อีกรอบก็หนีไม่พ้นกับ ฝนตกขึ้นฟ้า อย่างแรกที่ผมถูกใจจากหนังประเด็นนี้เลยเป็นการปูฐานรากของผู้แสดงในหนัง ที่มิได้บ่งชัดว่า ผู้แสดงนี้เป็นคนดี ผู้แสดงนี้เป็นคนหยาบช้า เปรียบได้กับกับชีวิตจริงของคนเราพวกเรา ที่ขนาดพวกเราเองก็ยังไม่รู้เรื่องเลยว่า ในเวลานี้ในจุดนี้ พวกเราเป็นคนดีหรือคนหยาบช้า พร้อมทั้งด้านของ กำลังขับเขยื้อน ของผู้แสดงทั้งหลายแหล่ในหนัง ที่ กำลังขับเขยื้อน ของนักแสดงพวกนี้เป็น ความแค้น’ ที่ผู้กำกับเป็นเอก สามารถนำหลักสำคัญพวกนี้มาเป็นข้อดีในหนังเจริญ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดจบของ ความแค้น ที่หนังอุตสาหะจะพูดว่า ความแค้นก็เสมือนไฟ เมื่อจุดแล้วดับยาก คล้ายกับการที่ ตุล อุตสาหะจะออกมาจากอาชีพมือสังหารเพื่อไปบรรพชาเป็นพระ แต่ว่า ไฟที่เขาได้ก่อไว้ก็ยังตามมา ถึงเขาจะอยู่ในโลกอีกใบที่เรียกว่า ศาสนา’ ก็ตามแต่ เปรียบเหมือนกับสังคมไทยตอนนี้ ที่คนทั้งหลายแหล่มีกำลังขับเขยื้อนด้วย ความแค้น ใครก็ตาม สีอะไร หรือ ฐานะใดก็ตาม ที่จุดจบของหนังก็ได้แสดงบ่งชัดว่า ถ้าไม่ก่อไฟตั้งแต่ต้น ตอนสุดท้ายของ บุคคล ที่มีกำลังขับเขยื้อนด้วย ความแค้น ก็อาจไม่จบลงเป็นอย่างที่มองเห็น และก็หลักสำคัญนิดๆหน่อยๆของหนังไม่ว่าจะเป็นด้านของ ฐานะบุคคลในสังคมไทย

ที่หนังเสียดสีออกมาแบบตรงๆและก็แรงว่า นักการเมือง ย่อมมีผลกระทบมากยิ่งกว่าคนเดินดินอยู่เป็นประจำ (ซึ่งก็คงจะมีให้มองเห็นกันอยู่ทุกๆวันแล้วก็รวมถึงสิ่งที่ถูกใจสูงที่สุดเหนือกว่าใจความสำคัญของหนังนั้นเป็น สไตล์การควบคุมและก็เล่าของ พี่ต้อม ในเรื่องที่เรียกว่าถูกอกถูกใจไปเต็มๆเริ่มตั้งแต่อารมณ์หนังสไตล์มือสังหาร ที่ถ้าหากคนใดกันหวังจะได้อารมณ์มือสังหารประเทศฮ่องกงแบบพวก สุนัขแก่ อันตราย ก็ขอให้คิดใหม่ เนื่องจากว่าอารมณ์หนังมือสังหารของไทยในสไตล์ เป็นเอกนั้นจะออกมาในอารมณ์ นิ่ง เงียบ แล้วก็เหงาหงอย พร้อมด้วยสไตล์การตัดต่อของหนังที่สลับไปๆมาๆระหว่างเรื่อง อดีตกาล ตอนนี้ แล้วก็ อนาคต ที่สามารถพูดได้ว่ายอดเยี่ยมจริงๆ

เพราะเหตุว่าหนังพากเพียรจะสื่อให้ผู้ชมมีความคิดเห็นว่า ต้องอย่ามองโลก เพียงแต่ด้านเดียว ควรอย่าคิดบวก ไปซะทุกเรื่อง เพราะว่าหากพวกเราทดลองมองโลกแบบจริงๆจัง แล้ว พวกเราจะได้มองเห็นอะไรชัดเพิ่มมากขึ้นทีเดียว ที่มาพร้อมทั้งการแสดงที่เข้มข้นจนกระทั่งน่าตกใจของ ปีเตอร์ นพชัยที่ซึ่งพูดได้ว่าสามารถแสดงได้กับอารมณ์ รวมทั้ง โทน หนังของ เป็นเอก ได้ดิบได้ดีจนกระทั่งน่าตกใจเลยหละครับผม แต่ว่าแต่ สำหรับส่วนที่รังเกียจใน ฝนตกขึ้นฟ้า ก็ยังมีให้มองเห็นอยู่บ้าง ด้วยเหตุว่าอย่างที่พูดว่าผมไม่ใช่แฟนชนิดของหนังคุณเป็นเอก มากมายสักเท่าไหร่ รวมทั้งเหตุผลสำคัญๆที่ผมไม่ค่อยถูกใจหนังหัวข้อนี้เลยเป็น ผมไม่ค่อยถูกใจสไตล์หนังแนว ฟีลม์นัวร์ มากมายสักเท่าไหร่นัก

สรุปแล้วทีนี้คือ ฝนตกขึ้นฟ้า ถือได้ว่าผลงานประสิทธิภาพอีกประเด็นจากผู้กำกับแนวหน้าของประเทศไทยอย่าง เป็นเอก ซึ่งสามารถเล่า แล้วก็ โทนหนัง ออกมาได้น่าติดตาม น่าดึงดูด ที่ซ่อนเร้นมาด้วยข้อความสำคัญของหนังที่ซึ่งพูดได้ว่าเข้มข้น พร้อมด้วยการแสดงดีและก็โก้เก๋แต่หากคนไหนเกลียดชังหนังสไตล์ฟีลม์นัวร์ประเด็นนี้ก็ควรจะผ่านนะครับ