Pirates of the Caribbean 3 At World’s End ผจญภัยล่าโจรสลัดสุดขอบโลก

แจ๊คสแปโร่ ภาค3 นี้ ผจญภัยล่าโจรสลัดสุดขอบโลก ยุคมืดเริ่มคลืบคลานเข้า Pirates of the Caribbean 3 At World’s End มาเมื่อยุคสมัยของพวกเหล่าโจรสลัดใกล้ถึงจุดจบ ลอร์ด คัทเลอร์ เบ็คเก็ตต์ ที่บริษัทอีสต์ ประเทศอินเดีย เทรดดิ้ง คัมปะนี ได้เข้าควบคุม ฟลายอิ้ง ดัทช์แมน เรือโจรสลัดผีอันน่าน่ากลัวรวมทั้งกัปตันภูติผีปีศาจประจำเรือ เดวี่ โจนส์ (ใบเสร็จรับเงินล์ ไนฮีย์) ล่องสมุทรเจ็ดแหลม เพื่อกำจัดพวกกลุ่มโจรสลัด ฆ่า และก็ทำลายเรือ อย่างไร้ความปราณี ภายใต้คำบัญชาของผู้บังคับบัญชานอร์ริงตัน (แจ็ค ดาเวนพอร์ต)
วิลล์ เทิร์นเนอร์ (ออร์แลนโด้ บลูม) อลิซาเบ็ท สวอร์น (เคียร่า ไนต์ลี่ย์) รวมทั้งกัปตันบาบอสซา (เจฟฟรี่ย์ รัช) ได้เริ่มเริ่มเดินทางสู่ภารกิจสุดอันตรายเพื่อเก็บ ลอร์ด 9 ที่กรุ๊ปลูกขุน ซึ่งเป็นความหวังเดียวของพวกเขาเพื่อเอาชนะ เบ็คเก็ตต์ , เรือฟลายอิ้ง ดัทช์แมน และก็ เหล่ากองทัพเรือของเขา แต่ว่าหนึ่งในสมาชิกของลอร์ด 9 ได้ล่องหนไป ซึ่งก็คือ กัปตันแจ๊ค สแปร์โรว์ ที่โดนจับขังไว้ภายในห้องกักขังของเดวี่โจนส์ At World s End 2007
อย่างแรกที่เหล่าผู้กล้าทั้งหลายแหล่ แล้วก็ เทีย ดัลม่า (ทุ่งนาโอมี่ แฮร์ริส) พินเทล (ลี อาเรนเบิร์ก) แล้วก็ราเก็ตตี้ (แม็คเคนซี ครู้ก)ต้องทำเป็นเริ่มเดินทางไป สิงค์โปร์ ที่แสนอันตรายและก็ประจันหน้ากับกัปตันที่แหลมจีน กัปตันเซา เฟ็ง (โจว เหวิน ฟะ) เพื่อจะได้เรือซึ่งสามารถพาพวกเขาไปที่สุดขอบโลกสหาย เสี่ยงอันตรายล่าโจรสลัดสุดขอบโลก

ดูหนังฝรั่ง

Pirates of the Caribbean 3 At World’s End ผจญภัยล่าโจรสลัดสุดขอบโลก

รีวิวหนัง Texas Killing Fields

สิ่งที่ล่อใจให้ผมไปดูหนังหัวข้อนี้ สิ่งแรกเป็นการที่หนังได้รับเกียรติยศได้ให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ เวนิส กับเขาด้วย รวมทั้งอย่างลำดับที่สองนั้นเป็น ศิลปินเด็กขวัญใจของผมอย่าง วัวอี้มอเรทซ์ ได้เล่นหนังหัวข้อนี้กับเขาด้วย แต่ว่าเนื่องจากข้อคิดเห็นที่ออกไปในทางเสื่อมโทรม ก็เลยทำให้ผมมุ่งมาดจากหนังประเด็นนี้ลดลง

ณ เมืองเท็กซัส สิตี้ รัฐเท็กซัส นายตำรวจหัวแข็งเจ้าถิ่น ไมค์ ซูเดอร์ (แซม เวิร์ทธิงตันและก็สายสืบไบรอัน ไฮจ์ (เจฟรีย์ ดีน มอร์แกนผู้ถูกส่งตัวมาจากนิวยอร์ค จำต้องร่วมมือกันสอบสวนคดีการฆ่าสะเทือนใจ ที่ศพผู้ที่ได้รับเคราะห์หลายรายถูกเอามาทิ้งในรอบๆที่รกร้างว่างเปล่าของเมืองซึ่งมีชื่อเสียงกันในชื่อ ?ทุ่งฆ่าและก็เมื่อลิทเทิล แอน (วัวอี้ มอเรทซ์) เด็กผู้หญิงผู้อยู่ในการปกครองของไบรอันล่องหนไป เขาก็เลยกังวลใจว่าคุณบางทีอาจแปลงเป็นเหยื่ออีกรายที่จำเป็นต้องเข้าไปอยู่ในทุ่งที่นั้น ไบรอันออกไปตามหาคุณ ในเวลาใกล้เคียงกับที่ไมค์ออกไปตามหาไบรอันเหมือนกัน แต่ว่าทั้งสองจะได้ออกมาไหม ติดตามได้ในโรงภาพยนต์

Texas Killing Fields กำกับการแสดงโดยผู้กำกับสาวอปิ้ง เอมี่ คานาน มานน์ โดยภายหลังจากคุณเปิดตัวหนังเรื่องแรกของคุณอย่าง Morning ในปี 2001 ไปได้ไม่ค่อยดีเยอะแค่ไหน คุณก็เลยไปหลบแอบทำพวกซีปรี่ย์ตามทีวีอยู่นับเป็นเวลาหลายปี แม้กระนั้นตอนนี้ไม่เคยรู้คุณคิดอย่างไรถึงคิดจะถือเอานิยายอย่าง The Texas Killing Fields ที่ไม่ว่าจะเป็นอีกทั้งคนอ่าน แล้วก็ นักวิพากษ์วิจารณ์มีความเห็นตรงกันว่า มืดมนเกินกว่าจะสร้างเป็นหนัง นำมาสร้างซะงั้น ซึ่งส่วนตัวผมไม่เคยทราบจะกับนิยายประเด็นนี้มาก่อนเลยแม้แต่น้อย แม้กระนั้นสำหรับผมที่เป็นคอหนังแนวฆาตเกลื่อนกลาดรม สืบสาว เป็นทุนเดิม เนื่องจากว่าหนังประเภทนี้จะมีมุขล่อลวงผู้ชม แล้วก็ จุดเชื่อมโยงต่างๆไปสู่ฆาตเกลื่อนกลาดรมจริงๆของหนังได้อย่างแนบเนียน เหมือนกับโทรทัศน์ซีปรี่ย์สุดได้รับความนิยมอย่างCSI แม้กระนั้นสิ่งพวกนั้นเปลี่ยนไปเป็นว่าหนังเรื่อง Texas Killing Fields

กลับไม่อาจจะทำเป็นสักอย่าง เพราะว่าเอาเข้าอันที่จริงแล้ว Texas Killing Fields กลับมีดีเพียงแค่โทน รวมทั้ง อารมณ์ของหนัง ที่จำเป็นต้องสารภาพว่าให้อารมณ์หนังไต่สวนแนวมืดมนแม้จะยังไม่สุดแม้กระนั้นด้วยการแสดงของ ดารานำอย่าง แซม เวิร์ทธิงตัน แล้วก็ เจฟรี่ย์ ดีน มอร์แกน ซึ่งสามารถถ่ายทอดอารมณ์นักแสดงตำรวจที่มีนิสัย และก็ อารมณ์คืออะไร ออกมาได้อย่างแจ่มแจ้ง แถมหัวข้อนี้อย่างที่พูดว่าหนู วัวอี้ มอเร็ทซ์ เล่นด้วย ด้วยเหตุนั้นก็เลยเป็นหนังที่สามารถเรียกได้เลยว่าขายศิลปิน’ กว่า เรื่องราว’ ก็เป็นไปได้ครับผม เนื่องจากสำหรับหนังหัวข้อนี้ จะต้องบอกตั้งแต่เรื่องการถ่ายรูป’ แล้วก็ การตัดต่อ’ อย่างยิ่งจริงๆก็ว่าได้ครับผม

เพราะว่าถ้าเกิดเริ่มให้เอ๋ยถึง การถ่ายรูป จำเป็นต้องบอกเลยว่า ผิดหวัง กับหนังประเด็นนี้สุดๆด้วยเหตุว่าการถ่ายรูปในหลายฉากมันดันไปให้อารมณ์แนว ละครโทรทัศน์ มากยิ่งกว่าจะมาเป็นหนังหน้าจอใหญ่ เนื่องจากหลายโลเคชั่นในหนังมันไม่ค่อยจะเข้ากันสักเท่าไหร่นัก และก็รวมถึงด้านการตัดต่อ ตัวบท ของหนัง ที่อย่างที่กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ว่า ที่ผมถูกใจหนังไต่สวนเนื่องจากว่าหนังจะมีจุดต่างๆเชื่อมโยงและก็ล่อลวงผู้ชมไปพบจุดคดีฆาตเกลื่อนกลาดรมที่ใหญ่สุดได้อย่างฉลาด แม้กระนั้นมันไม่ถูกกับหนังหัวข้อนี้ ด้วยเหตุว่าหนังกลับเต็มไปด้วยการตัดต่อที่มองงงเต็กจำพวกที่ว่าฉากนี้ใส่มาเพราะอะไร แถมหนังยังมีตัดบทผู้แสดงทิ้งอยู่มากพอควร แล้วก็ตัวร้ายของหนังก็ใช้ว่าจะทายใจยาก

รวมทั้งท้ายที่สุดเป็นสิ่งที่ต้องการให้ผู้ที่ยังมิได้มอง แต่ว่ากำลังต้องการจะเข้าไปมองให้ทราบไว้ว่าจริงๆนั้นเรื่องราวหลัก ของหนังกว่า 90% มิได้มีเกี่ยวกับ ทุ่งมรณะ หรือชื่อที่ว่า Texas Killing Fields สักเท่าไหร่เลย ผมก็ไม่เคยทราบเช่นเดียวกันว่าตามนิยายของหนังเป็นอย่างนี้ด้วยหรือเปล่าแม้กระนั้นสำหรับหนังแล้ว ผมมีความรู้สึกว่าหนังคงจะทำเอาเรื่อง ทุ่งมรณะ มาเป็นจุดขายให้ผู้ชมซื้อตั๋วเข้ามามองในแบบอย่างซะมากยิ่งกว่า ด้วยเหตุว่าเรื่องราวจริงๆของหนังกลับย้ำไปที่ความสัมประเภทของคู่ขาตำรวจ รวมทั้ง อะไรมึนงงที่ไม่เกี่ยวกับคดีฆาตเกลื่อนกลาดรมอีกเยอะ ด้วยเหตุดังกล่าวถ้าหากคนไหนกันแน่กำเนิดเป็นแฟนๆของ แซม เวิร์ทธิงตัน หรือน้องหนู ได้รับความนิยมเกิร์ลอย่าง วัวอี้ มอเร็ทซ์ สุดแล้วแต่เลยขอรับ

สรุป Texas Killing Fields นับได้ว่าเป็นหนังแนวสืบสาว ที่มีโทนออกแนว มืดมน ที่นับว่าทำโทนออกมาได้ดิบได้ดีระดับนึง แถมศิลปินแนวหน้าของหนังก็แสดงได้ไม่น่าผิดหวัง เพียงแต่ว่าด้านบท รวมทั้ง เรื่องราว ออกแนวจะไม่อยู่กับร่องกับรอย แถมการถ่ายรูป รวมทั้ง ลำดับ การตัดต่อของหนังยังค่อนข้างจะแย่มากพอเหมาะพอควร

One Piece Film Gold (2016) วันพีช ฟิล์ม โกลด์ เดอะมูฟวี่ 13

One Piece Film Gold จะเล่าถึงเหล่าโจรสลัดหมวกฟางที่จำต้องปะทะกับศัตรูที่ถูกตั้งชื่อว่าเป็นจักรพัตราธิราชทอง“กิลด์ เทโซโร่”บนเรือคาสิโนขนาดมโหฬารกึ่งกลางสมุทรซึ่งเป็นหลักที่ๆรัฐบาลโลกไม่กล้าแตะร่วมลุ้นไปกับทางการเสี่ยงอันตรายครั้งปัจจุบันของลูฟี่ และก็ผองเพื่อนฝูงสู่บทพิสูจน์การเป็นราชาโจรสลัดทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่พวกเขาบากบั่นป้องกันถูกควบคุมโดยอำนาจรวมทั้งความรวย สู้หมดตัวเพียงแค่นั้นถึงจะชนะ มหากาพย์การพันันที่จะสั่นไปทั้งยังนิวเวิลด์ วันพีช ฟิล์ม โกลด์ เดอะมูฟวี่ 13 ประกันความมันส์โดย โอดะ เออิจิโร่

cartoon online

One Piece Film Gold (2016) วันพีช ฟิล์ม โกลด์ เดอะมูฟวี่ 13

รีวิวหนัง The Thing

ในปี 1982 ผู้กำกับ จอห์น คาร์เพนเตอร์ เคยทำให้คนทั้งโลกจำต้องสะอิดสะเอียนกันมาแล้วใน The Thing ซึ่งต้นฉบับนั้นผมไม่เคยมองมาก่อน ด้วยเหตุนั้นบทรีวิวก็เลยมาจากความคิดเห็นของไม่เคยได้มองต้นฉบับมาก่อน ก็เลยนำเอาไปเทียบอะไรมิได้มากสักเท่าไรนัก ซึ่งตัวหนังคืออะไรไปอ่านความคิดเห็นกันเลยนะครับ

นักชีววิทยา เคท ลอยด์ (แมรี่ เอลิซาเบธ วินตีด) เดินทางมายังพื้นที่อันแสนไกลห่างแล้วก็สันโดษเพื่อกระทำตรวจสอบครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต ระหว่างร่วมกับกลุ่มวิทยาศาสตร์ประเทศนอร์เวย์ที่เกิดไปพบยานอวกาศต่างดาวถูกฝังอยู่ใต้แผ่นน้ำแข็ง คุณศึกษาค้นพบสิ่งมีชีวิตที่ดูเหมือนจะตายไปแล้วเมื่อยานตกลงสู่โลกเมื่อหลายพันปีกลาย แต่ว่าเจ้าสัตว์ต่างดาวตัวนั้นเพียงแค่กำลังรอเวลาตื่นมาเมื่อการทดสอบกล้วยๆกลับปล่อยเอเลี่ยนออกมาจากการโดนขังด้วยความเย็นจัด เคจะต้องร่วมมือกับนักบินประจำศูนย์ค้นคว้าที่ชื่อ คาร์เตอร์ (โจล เอ๊ดเกอร์ตันเพื่อปกป้องรักษาชีวิตทุกคนจากเอเลี่ยนตัวนี้ท่ามกลางแผ่นดินอันกว้างขวาง

The Thing เวอร์ชั่นภาคก่อนหน้าตัวใหม่นี้ได้ผลงานของผู้กำกับ แม็ทธีจส์ แวน ไฮจนินเกน จูเนียร์ ที่ถือว่านี้ได้ผลสำเร็จงานหนังใหญ่เรื่องแรกของเขาเลยก็ว่า ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าฮอลลีวู้ดหมดมุข หรือเป็นความชอบใจของผู้กำกับ ที่คิดจะถือนำเอาผลงานหนังสยองขวัญ คลาสสิค ของ จอห์น ติดอยู่เพนเตอร์ อย่าง The Thing ขึ้นมาทำใหม่แบบภาคก่อนหน้าอีกรอบ ซึ่งหากแม้ผมจะยังไม่เคยมองต้นฉบับมาก่อน แม้กระนั้นฟังจากเสียงร่ำลือถึงความยอดเยี่ยมแล้ว ก็อดไม่ได้ที่ต้องการจะหาแผ่นมาดูอย่างเดียวกัน กลับมาที่เวอร์ชั่นนี้ ซึ่งอย่างที่กล่าวว่าผมไม่เคยมองต้นฉบับ ดังนั้นก็จะตัดส่วนที่เอาเวอร์ชั่นนี้ไปเปรียบเทียบกับต้นฉบับออกไป แต่ว่าถ้าเกิดมองกันตามเกณฑ์แล้ว สำหรับ The Thingในเวอร์ชั่น ผมถูกใจในส่วนของครึ่งแรกหนังมากมาย ที่หนังนั้นมีลูกเล่นสร้างปัญหาให้กับผู้ชม ว่าThe Thing มันเลียนแบบคนใดกันแน่

ให้อารมณ์ราวกับว่าการจับหาตัวคนร้ายใน Scream อย่างไรแบบนั้น รวมทั้งนั้นรวมถึงด้านของการวางแบบตัวอสูรกายของหนัง ที่จัดว่าทำออกมาได้น่าขยะแขยง น่าสยอง แถมด้วย CG ช่วงนี้ที่นับว่านำเอามาปรับได้อย่างไม่เสียของเลยจริงๆนะครับ (ที่ผมไม่แน่ใจว่าลอกต้นฉบับมารึปล่าวนะครับผม)แล้วก็นั้นรวมถึงผู้แสดงสาวอปิ้ง แมรี่ เอลิซาเบธ วินตีด ที่จำต้องสารภาพว่าแอบตกหลุมรักคุณมาตั้งแต่ Death Proof หัวข้อนี้ก็เลยมองการแสดงคุณรุ่งโรจน์กว่าเรื่องก่อนเนื่องจากว่ารู้สึกค้างแรกเตอร์ใน The Thing เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากมายกว่าหนังเรื่องปัจจุบันอย่าง Scott Pilgrim Vs. The World ซะอีกครับ (แม้จะสวยไม่เท่า)

แต่ว่าแม้กระนั้นแม้ว่าผมจะยังไม่เคยมองต้นฉบับมาก่อน แม้กระนั้นเมื่อมาดูในเวอร์ชั่นนี้ก็ทราบได้เลยว่า ช่วงหลัง ของหนังนั้นดูกร่อยลงมาก อาจเพราะครึ่งแรกของหนังทำออกมาได้สนุกสนานรวมทั้งน่าติดตาม แถมปล่อยเนื้อปล่อยตัวตัวประหลาดโชว์พาเวอร์ไปซะจนกระทั่งหมด ช่วงหลังของหนังก็เลยไม่ค่อยมีลูกเล่นด้านความน่าดึงดูดใจเท่าไรนัก แถมหนังยังเสียเวล่ำเวลาไปกับการสงสัยคุ้นเคย ที่ดูแล้วรู้สึกไม่ค่อยน่าสงสัยมากมายสักเท่าไหร่นัก เพราะว่าผลสรุปของหนังแล้วมันก็ทายใจกันได้อยู่หละ รวมทั้งนั้นรวมถึงการที่ดูแล้วหนังยังขาดความลื่นไถลไหลสำหรับเพื่อการเล่าของบท เพราะว่าหนังมัวแต่เอาจะเล่นหลักสำคัญที่สร้าง ความตกอกตกใจ’ ให้กับผู้ชมมากจนเกินไปนิดหน่อย

กระทั่งลืมกลับมาพึงพอใจบทหนังของตน ว่าเรื่องราวทั้งหลายแหล่ของหนังดูแล้วยังไม่ตลอดนัก รวมทั้งอย่างท้ายที่สุดเป็นความมองเห็นส่วนตัวและก็ต้องการจะเตือนคนอ่านทั้งหลายแหล่ ว่าอย่าได้หลงไปดูในระบบ Digital กับหนังหัวข้อนี้ เพราะว่านอกเหนือจากจะมีผลให้เสียเงินเสียทองโดยใช่เหตุ ตัวหนังเองนั้นก็มิได้รู้สึกถึงความแหลมคมชัดในระบบ Digital สักเท่าไหร่เลย ส่วนตัวนั้นระบบ Digital ของหนังหัวข้อนี้มีดีเฉพาะในด้านของ ระบบเสียง ของหนังที่จะต้องเห็นด้วยว่าดังลั่น แต่ว่าในด้านภาพของหนังยังไม่สามารถที่จะกล่าวโทษชัดแจ๋วได้เลยแม้กระทั้งนิดหนึ่ง (หนังฟีลม์ธรรมดาบางเรื่องได้แก่ Let The Bullets Fly ยังดูแล้วมีความแหลมคมชัดมากยิ่งกว่า ดิจิตอล หัวข้อนี้อีก)

สรุปแล้วทีนี้คือ The Thing เวอร์ชั่นภาคก่อนหน้านี้ที่ผ่านมานับว่าเด่น รวมทั้ง ดูแล้วรู้สึกครึกครื้นไปกับครึ่งแรกของหนัง พร้อมด้วยฉากตัวประหลาดโดนหลายฉาก ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับคนยังไม่เคยมองต้นฉบับ แต่ว่าแต่ เวอร์ชั่นนี้ในช่วงหลังของหนังยังดูแล้วรู้สึกกร่อยแถมไม่ค่อยเรียงร้อยต่อเท่าไรนักครับ

รีวิวหนัง Seeking Justice

เป็นเนื่องจากว่าอาทิตย์นี้หนังที่เข้าก็ไม่มีอะไรน่าดึงดูดแล้วเว้นเสียแต่ The Thing (แถมยังมองไปแล้วเมื่อวันพฤหัสซึ่งแม้ผมจะเคยข้อตกลงกับตนเองไว้ว่า จะไม่ดูหนังของ นิโคลัส เคจ ในโรงภาพยนต์อีกแล้ว เพราะว่าระยะหลังเฮียมึงเล่นหนังไม่เลือกมากเกิน แต่ยังไงก็ตามหัวข้อนี้ไปดูมาแล้วเป็นยังไงไปอ่านเลยครับผม

Seeking Justice เรื่องราวของคุณครูสอนภาษาอังกฤษอย่าง วิล ที่มีชีวิตอยู่กับเมียแสนงามอย่างลอร่า ที่พวกเขาพึ่งครบรอบการสมรสมา ปีหมาดๆแต่ว่าแล้วเหตุที่ไม่คิดก็เกิดขึ้นในคืนนั้น ที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของวิล แล้วก็ ลอร่า จำต้องแปรไป เมื่อ ลอร่า ดันโดนขโมยกระจอกงอกง่อยคนนึงนั้น ชิงทรัพย์ปล้น และก็ ขืนใจ จนกระทั่งทำให้รุนแรงไปยาวนานหลายวัน แม้กระนั้นแล้วระหว่างการดูแลรักษานั้นเอง ชายนิรนามอย่าง ไซม่อน ได้ดันมายืนคำแนะนำให้กับ วิล ว่าพวกเขาจะกระทำฆ่าชายผู้ที่ข่มขืนกระทำชำเราเมียของเขาให้เอง เพียงแค่มีข้อต่อรองว่า วิล จำต้องทำบางสิ่งบางอย่างให้พวกมัน ซึ่งเมื่อวิลตอบตกลง สิ่งที่อันตรายที่สุดก็กำลังจะเกิดขึ้น

Seeking Justice กำกับการแสดงโดย โรเจอร์ โดนัลสัน ภายหลังเมื่อ ปีที่ผ่านมาเขาเคยฝากผลงานการปล้นแบงค์บรรลือโลกมาแล้วใน The Bank Job แล้วก็หนังหักเหลี่ยมอย่าง The Recruitในปีนี้เขากลับมาพร้อมทั้งโปรเจคใหม่ ที่ไม่เคยรู้คิดเช่นไรถึงเรียกใช้บริการของดาราที่กำลังอยู่ในตอนขาลงอปิ้ง นิโคลัส เคจ ที่ผมจำเป็นต้องสารภาพเลยว่าสำหรับ เคจ นั้นผมเป็นแฟนๆของเฮียเอ็งเลยด้วยในตอนสมัยของ Con Air และก็ The Rock แต่ว่าเมื่อก้าวผ่านมาปี 2000 นี้ ความเชื่อได้ของ เคจ ในตัวผมเริ่มต่ำลงเรื่อยรวมทั้งหมดไปกับหนัง Season of The Witch แม้กระนั้นเพราะว่าเรื่อง Seeking Justice นับว่าเป็นผลงานน่าดึงดูดด้วยเครดิตของผู้กำกับ ร่วมด้วยผู้แสดงอย่าง กายเพียร์ซ ที่ยังจัดว่าเพียงพอมีคุณภาพน่าไว้ใจได้อยู่ พร้อมกับนางเอกสาว แจยูอารี โจนส์ ที่กำลังดัง

ซึ่งสำหรับ Seeking Justice สำหรับผมถ้าหากว่าคิดว่าหนังประเด็นนี้เป็นหนังแอ็คชั่น ก็อาจจะต้องขอบอกเลยว่า สอบตก เพราะว่านอกเหนือจากจะใส่ความมันในฉากแอ็คชั่นมิได้แล้ว คิวบู๊และก็ความใหม่ของหนังดูแล้วมันมีลัษณะทิศทางไปในทางของหนังเกรดบีมากยิ่งกว่าจะเป็นหนังโรง แต่ว่าถ้าหากว่าคิดว่า Seeking Justice ถือได้ว่าหนังดราม่า ริลเลอร์ ก็จัดว่ายังจะพอให้ยกโทษได้อยู่เพราะเหตุว่าหนังมีการเล่าไปในแนวเส้นตรง ไม่มีอะไรยากเกินทายใจ สลับเปลี่ยนไปกับฉากแอ็คชั่นเบาๆแล้วก็ดนตรีกระตุ้นอารมณ์ ในแบบสบายที่จัดว่าข้อพวกนั้นยังเป็นส่วนดีที่ทำให้ผู้ชมไม่หลับไปซะก่อน พร้อมกับใจความสำคัญด้านของ ความชอบธรรม ของหนัง

ที่จัดว่าเผยแพร่ข้อความสำคัญออกมาในต้นแบบสบายกล้วยๆด้วยอารมณ์ทำนองว่า ความเป็นธรรมไม่เคยมีอยู่ในโลก ด้วยเหตุว่าแม้กระทั้งผู้ยุงความถูกต้องอย่าง ตำรวจ ก็กลายเป็น คนทำลายความถูกต้อง เสียเอง ด้วยเหตุผลไม่ว่าจะเป็นการรับสินบน หรือ กินสินบน ก็ตาม ซึ่งข้อความสำคัญกลุ่มนี้หนังเล่าออกมาในแบบที่ไม่แออัดกระทั่งเหลือเกิน แล้วก็ในข้อสรุปของหนังก็ยังซ้ำเติมเรื่องนี้ได้อยู่ในขั้นระดับปานกลาง แต่ว่าแต่นั้น สำหรับจุดอ่อนใน Seeking Justice ยังมีอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นอย่างที่บอกไปแล้วทีนี้คือฉากแอ็คชั่นของหนัง แล้วก็อีกอย่างนึงนั้นเป็นด้านของบทหนังที่ยังคงใช้บริการบททำนองว่า หน่วยงานลับใต้ดิน อยู่มากมาย

ฉะนั้นหนังก็เลยยังมีช่องโหว่เกี่ยวกับบทด้านของหน่วยงานลับใต้ดินอยู่มากพอควรด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น ทำแบบงี้ได้อย่างไร แล้วฉากนี้ปลอดคนมองเห็นหรอ อะไรแนวๆนี้ แต่ว่าก็อย่างว่าล่ะครับผม นี้มันเป็นหนัง… แล้วก็นั้นรวมถึงด้านของดาราหนังที่จัดว่าหนังใช้ได้ไม่ค่อยคุ้มมากแค่ไหน ไล่ตั้งแต่ นิโคลัส เคจ ที่ไม่ค่อยมีฉากแอ็คชั่นแจ๋วให้กับเฮียแกมากสักเท่าไหร่ รวมทั้งซีนอารมณ์ด้วยด้วยเหมือนกัน รวมทั้ง กาย เพียร์ซ ที่หัวข้อนี้เห็นได้ชัดเลยว่า ความสามารถเริ่มถอยหลังลงมามากมายเนื่องจากมุ่งหวังจาก Memento ไว้มากมายเหลือเกิน (Seeking Justice เข้าฉายเฉพาะSF Cinema สาขา Central World (SFW) เพียงแค่นั้นครับ)

สรุป Seeking Justice ถือได้ว่าหนังทวงโกรธแค้น ที่เนื่อเรื่องแล้วก็สไตล์การเล่าเรื่องทำออกมามองได้เรื่อยรวมทั้งมีหัวข้อเรื่องความชอบธรรมที่พอดิบพอดีเหมาะสม แต่ว่าข้อตำหนิใหญ่ของหนังเป็นฉากแอ็คชั่นของหนังที่ดูแล้วไม่สนุก แถมยังมีน้อยเหลือเกินด้วยหละขอรับ ตกลงว่าถ้าหากรอคอยแผ่นออกหรือเปล่ามองเลยคุณก็มิได้พลาดอะไรไปนะครับ

รีวิวหนัง Trespass

เป็นโปรแกรมที่เรียกว่าสายฟ้าเฉือนเลยก็ว่าได้กับ Trespass ที่ตระเตรียมจะเข้าฉายไทยในวันที่24 พฤศจิกายน นี้แล้วแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ซึ่งส่วนตัวสิ่งที่น่าดึงดูดในหนังหัวข้อนี้อาจหนีไม่พ้นกับผู้กำกับ โจเอล ยกมาเกอร์ จากหนังตู้โทรศัพท์มรณะอย่าง Phone Booth ซึ่งในข้อคิดเห็นผมหนังคืออะไรไปอ่านเลยครับผม

ในชุมชนของคนมีฐานะ ระบบความปลอดภัยนับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด ไม่เว้นแม้กระทั้งบ้านของครอบครัวไม่ลเลอร์ ด้วยการตกแต่งด้านในที่ถูกดีไซน์อย่างงดงาม และก็ระบบรักษาความปลอดภัยที่ล้ำสมัยชีวิตของ ไคล์ (นิโคลัส เคจ) นักธุรกิจใหญ่ซาร่าห์ (นิโคล คิดแมนเมียที่งาม และก็บุตรสาววัยรุ่นอาเวรี่ (ลิอาน่า ลิเบราโต้ก็ดูเหมือนมั่งคั่งไปทั้งหมดทุกอย่าง แม้กระนั้นทุกๆสิ่งทุกๆอย่างก็มิได้เป็นอย่างที่มองเห็น เมื่อ โจนาห์ เป็นสมาชิกกรุ๊ปผู้ร้ายสุดโหดเหี้ยมที่นำโดย เอเลียส (เบน เมนเดลโซห์น)ที่คิดแผนบุกชิงทรัพย์บ้านมานานยาวนานหลายเดือน ครอบครัวไม่ลเลอร์จำเป็นต้องประจันหน้ากับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่พวกเขาจำเป็นต้องผ่านมันไป

Trespass ผลงานของผู้กำกับ โจเอล ยกมาเกอร์ จาก Phone Booth , The Phantom of the Opera และก็ The Number 23 ที่ในตอนแรกนั้นมีระบุคิวฉายในอเมริกาช่วงวันที่ 14 ต.ค.ก่อนหน้าที่ผ่านมา แม้กระนั้นเพราะจากค่ายหนังนั้นมองเห็นสถานที่การ์ณจะมองไม่ค่อยดี ก็เลยตกลงใจจับหนังหัวข้อนี้เข้าฉายแบบจำกัดแทน รวมทั้งจับยัดลงดีวีดีอย่างเร็วในในที่สุด ซึ่งภายหลังที่ผมได้ดูหนังหัวข้อนี้ก็จำเป็นต้องขอบอกเลยว่า ค่ายหนังคิดถูกเป็นอย่างมากกับ Trespass ที่จะจับมันยัดลงดีวีดีอย่างเร็ว เนื่องจากว่าอย่างเดียวที่ผู้กำกับ โจเอล ยกมาเกอร์ ยังเสนอให้กับผู้ชมได้อยู่นั้นเป็น ด้านของลีลาท่าทางการควบคุมของฉากแอ็คชั่น ระทึก ที่ยังอยู่ในระดับที่ทนพอได้ แต่ว่าโชคร้ายที่นอกเหนือจากนี้ หนังก็มิได้สร้างความระทึกอะไรให้ผู้ชมได้อีกเลย เริ่มตั้งแต่หัวข้อของ บท แล้วก็ เรื่องราวของหนังประเด็นนี้

ที่ถ้าหากดูแบบผิวเผินนั้น มันสามารถเป็น Funny Games ในเวอร์ชั่นที่เจ้าของบ้านสู้ตายได้เลย แม้กระนั้นผู้กำกับ กลับไม่เลือกที่จะทำแบบนั้น หนังกลับมัวแต่ไปเสียเวล่ำเวลาเกี่ยวกับฉากย้อนเรื่องในอดีตต่างๆที่เมื่อผู้ชมอย่างพวกเรายิ่งมองไปมากแค่ไหนก็มีแม้กระนั้นจะเจอกับ ความน่าเบื่อ แล้วก็เสียเวล่ำเวลาโดยใช่เหตุ เพราะเหตุว่าผู้ชมก็ต่างรู้กันไปหมดแล้วว่าฉากถัดไปของหนังจะคืออะไร เนื่องแต่พล๊อตของหนังที่ผิวเผินมองไฮเทค แต่ว่าเนื้อในของหนังกลับเชย แล้วก็ น่ารำคาญ พร้อมทั้งด้านของพื้นเพนักแสดง และก็ ความน่าสะดุดตาในติดอยู่แรกเตอร์ ที่ซึ่งพูดได้ว่าแทบไม่มี โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านของนักแสดงขโมยทั้งยัง 4-5 คนของหนังที่เมื่อหนังยิ่งก้าวเดินไปทีไร

ก็ยิ่งอย่างกับว่าผู้แสดงขโมยกลุ่มนี้นั้นเดินมาเคาะประตูบ้านของเหล่าผู้แสดงนำชายแล้วบอกว่า พวกเธอต้องการฆ่าเราไหม’ ด้วยเหตุว่ามิจฉาชีพกลุ่มนี้นอกเหนือจากการที่จะไม่มีความน่ายำเกรงแล้ว ยังไม่มีความสมเหตุผล จะทำอะไรอย่างที่กล่าวก็ไม่ทำสักอย่าง ด้วยเหตุผลดังกล่าวจากจารกรรม แล้วก็การเข้นให้พระเอกพูดเรื่องจริง ก็เลยเต็มไปด้วยความไม่น่าสนใจ รวมทั้ง ยึกๆยักของพวกกลุ่มโจรกับตัวนำ ที่ไม่คิดจะทำอะไรให้บทมันเจริญไปสักครั้ง ที่สามารถเรียกได้เลยว่าดูแล้วจะหาอะไรมาเหวี่ยงใส่หน้าให้มันจบไปเลยก็ว่าได้

สรุปแล้วทีนี้คือ Trespass ถือได้ว่าหนังแนวปล้นชิงทรัพย์บ้าน ที่จุดเด่นคือ ฉากแอ็คชั่น ระทึก ยังอยู่ในระดับพอสมควรเล่น แต่ว่าข้อด้อยก็จำเป็นต้องเรียงตั้งแต่ด้านผู้แสดงมิจฉาชีพ ที่ซึ่งพูดได้ว่าไม่น่าสนใจ บทหนังที่ดูแล้วน่าเบื่อ และก็ด้านของผู้แสดงนำหนังนั้น อาจก่อให้ต้องการมองเห็นผลสรุปไวไวซักคราว

รีวิวหนัง Headshot

ขึ้นชื่อว่าเป็นภาพยนตร์โดย เป็นเอก รัตเรือง ซึ่งหากใครกันแน่ได้โลดแล่นอยู่ในแวดวงภาพยนตร์หรือเป็นคนชอบดูหนัง อาจทราบดีว่า ผู้กำกับคนนี้นับว่าเป็นผู้กำกับแนวหน้าของประเทศไทยอีกคนโดยผลงานเก่าๆของพี่ต้อม ที่เลื่องลือก็ไม่ว่าจะเป็น พลอย เรื่องขบขัน 69 ซึ่งในปีนี้พี่ต้อได้ส่งผลงานใหม่มาให้เราดูแล้ว

ฝนตกขึ้นฟ้า เกิดเรื่องราวของตำรวจมือดี แล้วก็ มือขาวสะอาดอย่าง ตุล ที่อนาคตดูท่าจะไปได้ดิบได้ดีกับงานการ แม้กระนั้นแล้ววันนึง เขากลับได้ไปทำคดีจับแกงค์ค้าสารเสพติด แล้วก็หัวหน้าแกงค์คนนั้นดันเป็นลูกของ คนมีผลกระทบรายนึง ทำให้เขาถูกบังคับให้ทิ้งคดีซะ แม้กระนั้นด้วยความว่ายากสอนยากของเขาก็เลยทำให้โดนพวกผู้มีอำนาจพวกนี้ ขู่เข็ญ รวมทั้ง โดนยัดข้อกล่าวหาจับเขาเข้าเรือนจำจนถึงวันนึงได้มีนายหมอคนนึงที่ใช้นามสมมุติว่า ปีศาจร้าย มาชักชวนเขาไปดำเนินงานเป็นมือสังหารให้กับหน่วยงานลับกรุ๊ปนึง ที่เป็นหน่วยงานรอตามเก็บพวกนักการเมืองเลวทรามซึ่งอาชีพใหม่ของเขานี้เอง ทำให้เขาได้เจอความหมายของคำว่า ฝนตกขึ้นฟ้า

ฝนตกขึ้นฟ้า สำเร็จหน้าที่ควบคุมของ เป็นเอก รัตเรือง ซึ่งขั้นแรกเลยเป็น ส่วนตัวผมนั้น มิได้เป็นแฟนพันธุ์แท้ของผุ้ดูแลคนนี้สักเท่าไหร่ ผลงานของผู้กำกับคนนี้ที่เพียงพอผ่านตามาบ้างก็จะเป็นหนังเก่าๆอย่าง เรื่องขำขัน 69 ส่วนผลงานใหม่ๆนั้นมิได้ติดตามสักเรื่อง แล้วก็เหตุผลที่ทำให้ผมกลับมาพอใจผู้กำกับคนนี้อีกรอบก็หนีไม่พ้นกับ ฝนตกขึ้นฟ้า อย่างแรกที่ผมถูกใจจากหนังประเด็นนี้เลยเป็นการปูฐานรากของผู้แสดงในหนัง ที่มิได้บ่งชัดว่า ผู้แสดงนี้เป็นคนดี ผู้แสดงนี้เป็นคนหยาบช้า เปรียบได้กับกับชีวิตจริงของคนเราพวกเรา ที่ขนาดพวกเราเองก็ยังไม่รู้เรื่องเลยว่า ในเวลานี้ในจุดนี้ พวกเราเป็นคนดีหรือคนหยาบช้า พร้อมทั้งด้านของ กำลังขับเขยื้อน ของผู้แสดงทั้งหลายแหล่ในหนัง ที่ กำลังขับเขยื้อน ของนักแสดงพวกนี้เป็น ความแค้น’ ที่ผู้กำกับเป็นเอก สามารถนำหลักสำคัญพวกนี้มาเป็นข้อดีในหนังเจริญ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดจบของ ความแค้น ที่หนังอุตสาหะจะพูดว่า ความแค้นก็เสมือนไฟ เมื่อจุดแล้วดับยาก คล้ายกับการที่ ตุล อุตสาหะจะออกมาจากอาชีพมือสังหารเพื่อไปบรรพชาเป็นพระ แต่ว่า ไฟที่เขาได้ก่อไว้ก็ยังตามมา ถึงเขาจะอยู่ในโลกอีกใบที่เรียกว่า ศาสนา’ ก็ตามแต่ เปรียบเหมือนกับสังคมไทยตอนนี้ ที่คนทั้งหลายแหล่มีกำลังขับเขยื้อนด้วย ความแค้น ใครก็ตาม สีอะไร หรือ ฐานะใดก็ตาม ที่จุดจบของหนังก็ได้แสดงบ่งชัดว่า ถ้าไม่ก่อไฟตั้งแต่ต้น ตอนสุดท้ายของ บุคคล ที่มีกำลังขับเขยื้อนด้วย ความแค้น ก็อาจไม่จบลงเป็นอย่างที่มองเห็น และก็หลักสำคัญนิดๆหน่อยๆของหนังไม่ว่าจะเป็นด้านของ ฐานะบุคคลในสังคมไทย

ที่หนังเสียดสีออกมาแบบตรงๆและก็แรงว่า นักการเมือง ย่อมมีผลกระทบมากยิ่งกว่าคนเดินดินอยู่เป็นประจำ (ซึ่งก็คงจะมีให้มองเห็นกันอยู่ทุกๆวันแล้วก็รวมถึงสิ่งที่ถูกใจสูงที่สุดเหนือกว่าใจความสำคัญของหนังนั้นเป็น สไตล์การควบคุมและก็เล่าของ พี่ต้อม ในเรื่องที่เรียกว่าถูกอกถูกใจไปเต็มๆเริ่มตั้งแต่อารมณ์หนังสไตล์มือสังหาร ที่ถ้าหากคนใดกันหวังจะได้อารมณ์มือสังหารประเทศฮ่องกงแบบพวก สุนัขแก่ อันตราย ก็ขอให้คิดใหม่ เนื่องจากว่าอารมณ์หนังมือสังหารของไทยในสไตล์ เป็นเอกนั้นจะออกมาในอารมณ์ นิ่ง เงียบ แล้วก็เหงาหงอย พร้อมด้วยสไตล์การตัดต่อของหนังที่สลับไปๆมาๆระหว่างเรื่อง อดีตกาล ตอนนี้ แล้วก็ อนาคต ที่สามารถพูดได้ว่ายอดเยี่ยมจริงๆ

เพราะเหตุว่าหนังพากเพียรจะสื่อให้ผู้ชมมีความคิดเห็นว่า ต้องอย่ามองโลก เพียงแต่ด้านเดียว ควรอย่าคิดบวก ไปซะทุกเรื่อง เพราะว่าหากพวกเราทดลองมองโลกแบบจริงๆจัง แล้ว พวกเราจะได้มองเห็นอะไรชัดเพิ่มมากขึ้นทีเดียว ที่มาพร้อมทั้งการแสดงที่เข้มข้นจนกระทั่งน่าตกใจของ ปีเตอร์ นพชัยที่ซึ่งพูดได้ว่าสามารถแสดงได้กับอารมณ์ รวมทั้ง โทน หนังของ เป็นเอก ได้ดิบได้ดีจนกระทั่งน่าตกใจเลยหละครับผม แต่ว่าแต่ สำหรับส่วนที่รังเกียจใน ฝนตกขึ้นฟ้า ก็ยังมีให้มองเห็นอยู่บ้าง ด้วยเหตุว่าอย่างที่พูดว่าผมไม่ใช่แฟนชนิดของหนังคุณเป็นเอก มากมายสักเท่าไหร่ รวมทั้งเหตุผลสำคัญๆที่ผมไม่ค่อยถูกใจหนังหัวข้อนี้เลยเป็น ผมไม่ค่อยถูกใจสไตล์หนังแนว ฟีลม์นัวร์ มากมายสักเท่าไหร่นัก

สรุปแล้วทีนี้คือ ฝนตกขึ้นฟ้า ถือได้ว่าผลงานประสิทธิภาพอีกประเด็นจากผู้กำกับแนวหน้าของประเทศไทยอย่าง เป็นเอก ซึ่งสามารถเล่า แล้วก็ โทนหนัง ออกมาได้น่าติดตาม น่าดึงดูด ที่ซ่อนเร้นมาด้วยข้อความสำคัญของหนังที่ซึ่งพูดได้ว่าเข้มข้น พร้อมด้วยการแสดงดีและก็โก้เก๋แต่หากคนไหนเกลียดชังหนังสไตล์ฟีลม์นัวร์ประเด็นนี้ก็ควรจะผ่านนะครับ

รีวิวหนัง Puss In Boots

ในตอนแรกตอนมองเห็นแบบอย่างประเด็นนี้ก็จะต้องขอบอกว่าไม่ค่อยน่าดึงดูดมากสักเท่าไรนักสำหรับผม เพราะเหตุว่าส่วนตัวรังเกียจการ์ตูนเจ้ายักษ์เขียว Shrek ในภาคข้างหลังเท่าไรนัก แม้กระนั้นเพราะข้อคิดเห็นจากต่างประเทศที่สูงลิบ จนกระทั่งทำให้ผมรู้สึกพอใจหนังหัวข้อนี้ขึ้นมาทันรวมทั้งภายหลังได้ดูแล้วก็จำต้องขอบอกเลยว่า ไม่ผิดหวังจริงๆ

Puss In Boots เกิดเรื่องราวก่อนที่จะเจ้าเหมียวน้อย พุซ จะได้พบกับเจ้ายักษ์เขียวเชร็ค ซึ่งเรื่องราวนี้จะเป็นตำนานของ พุซ และก็ รองเท้าบู๊ทส์คู่นั้น เรื่องราวเกิดขึ้นในยุคที่ พุซ เจ้าแมวเหมียวจอมซ่าส์ที่ยังมีนามว่า เจ้าเหนือหัวลักขโมยที่สมัย ที่เขาและก็เพื่อนพ้องไข่อย่าง ฮัมป์ดี้ ดัมป์ดี้ คิดจะค้นหาถั่วยอดเยี่ยมเพื่อนำไปปลูกรวมทั้งไปลักขโมยไข่ห่านทองมาเมื่อก่อน ร่วมด้วยเจ้าเหมียวสาวอปิ้ง คิตตี้ ซอฟท์เพียงพอว์ ซึ่งวันหนึ่ง พวกเขาก็ได้ข่าวสารว่า ถั่วดีเลิศ พวกนั้นได้อยู่ในมือของโจรร่างยักษ์อย่าง แจ็ค รวมทั้ง จิล ทำให้พวกเขาจะต้องกระทำการขโมยถั่วดีเลิศครั้งใหญ่ เพื่อที่มันจะได้ไม่ตกอยู่ในมือของคนเลวอย่าง แจ็คแล้วก็จิลล์

Puss In Boots กำกับการแสดงโดยผุ้ดูแล คริส ไม่ลเลอร์ ภายหลังเคยจับงานอนิเมชั่นเกี่ยวกับเจ้าพุตัวนี้มาแล้วครั้งนึงใน Shrek The Third ซึ่งภายหลังจากเจ้ายักษ์เขียวภาคนี้ออกฉาย ก็ได้รับคำวิภาควิจารณ์ว่าเป็นยักษ์เขียวภาคที่ห่วยแตกที่สุด โดยเหตุนี้ การที่ค่าย Dreamwork ให้เขาแก้ตัวอีกที ก็เลยเป็นช่องทางครั้งยิ่งใหญ่ และก็พอเพียงภายหลังที่ได้มอง Puss In Boots ก็จำต้องบอกได้เลยว่า ผู้กำกับมีความปรับปรุงอยู่ในขั้นที่น่าประทับใจมากมาย เนื่องจากว่าอย่างแรกที่เด่นที่สุดใน Puss In Boots เลยเป็นด้านของฉากแอ็คชั่น รวมทั้ง เสี่ยงอันตราย ที่สามารถพูดได้ว่าด้วยสกอร์หนังของ เฮนรี่ แจ็คแมน พร้อมด้วยสไตล์ฉากแอ็คชั่นของผู้กำกับ (คนไหนจำไม่ได้ทดลองดูในShrek The Third) ก็เลยทำให้ สิ่งนี้รวมกันมาแล้วจำต้องพูดได้ว่า สมบูรณ์แบบ แล้วก็ สนุกสนานแบบเกินความคาดหวังได้เลยจริงๆขอรับ

เนื่องจากฉากเสี่ยงภัย แอ็คชั่นพวกนั้น เต็มไปด้วยฉากฟันดาบ รวมทั้ง ไล่ล่า สไตล์สนุกฮาในแบบอย่างอนิเมชั่น ที่จำเป็นต้องพูดได้ว่า ผู้กำกับสามารถเลือกใส่ตอนอารมณ์ขัน แล้วก็ อารมณ์เสี่ยงภัยของหนังได้พอดี รวมทั้ง สมควร พร้อมแอบแฝงไปด้วยใจความสำคัญแง่คิดมากมายก่ายกอง โดยยิ่งไปกว่านั้นด้านของ ความดีความชอบ ความชั่ว ที่ถึงแม้ว่าข้างหลังนั้นค่าย Dreamwork จะใช้หลักสำคัญประเด็นนี้บ่อยมากแล้ว (ราวกับหลักสำคัญความดีงาม ความชั่ว ในเรื่อง Megamind) แม้กระนั้นสำหรับใน Puss In Boots จำต้องพูดได้ว่า มันเป็นการ์ตูน ซึ่งสามารถเล่าหัวข้อพวกนั้นออกมาได้ลึกซึ้ง รวมทั้ง น่าประทับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อความสำคัญเรื่องราวของพวก ปิดทองหลังพระขอรับ

ที่เรื่องราวด้าน ความดีงาม ของหนังในเรื่องสามารถถ่ายทอดออกมาสอนผู้ชมได้ในแบบเข้าใจง่ายโดยยิ่งไปกว่านั้นหัวข้อที่ว่า มันไม่มีความจำเป็นที่ว่าคนคิดว่าพวกเราเป็นคนดี หรือ คนพาล มันสำคัญอยู่ที่ว่า ตัวเราเองนั้นจะลงคะแนนตนว่า เป็นคนดี หรือ คนพาล กัน” เหมือนกับเดียวกับ พุวีรบุรุษที่เปลี่ยนมาเป็นขโมย แล้วก็จากมิจฉาชีพก็แปลงเป็นวีรบุรุษอีกที แม้กระนั้นจะเป็นยังไงไปติดตามกันได้เอง แล้วก็ในที่สุดนั้นเป็นระบบ 3D ของหนังซึ่งสามารถบอกได้เต็มปากเลยว่า เป็นอนิเมชั่นในระบบ 3D ที่ทำออกมาได้คุ้มมากมายเนื่องจากว่ามีมิติ ลึก นูน อย่างชัดเจน โดยยิ่งไปกว่านั้นฉากเปิดตัวของหนังที่เรียกได้เลยว่า น่าละลานตา’ มากมาย ด้วยเหตุว่ามันทะลุหน้าจอจนกระทั่งจะทะลุหัวเลย

สรุปแล้ว Puss In Boots นับได้ว่าเป็นอนิเมชั่นที่สร้างออกมาได้เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะคนแก่หรือเด็ก ก็สามารถรื้นเริง รวมทั้ง ฮา ไปกับอนิเมชั่นประเด็นนี้ได้อย่างแน่แท้ พร้อมไปด้วยแง่คิดของหนัง ซึ่งสามารถเอาไปใช้ได้กับเด็กรวมทั้งคนแก่ เพียงแต่ว่าหนังยังไม่ค่อยหนักแน่นด้านความเป็นรองเท้าบู๊ทส์เท่าไรนักนะครับ

รีวิวหนัง Sector 7 : สัตว์นรก 20,000 โยชน์

จำต้องสารภาพว่ากระแสมาแรงตั้งแต่ต้นปีเลยก็ว่าได้กับหนังอสูรกายเรื่องปัจจุบันของประเทศเกาหลีอย่าง สัตว์นรก 20,000 โยชน์ ที่ตอนแบบอย่างแรกออนไลน์ก็จะต้องขอบอกเลยว่า ในความคิดเห็นของผม เป็นหนังประเทศเกาหลีที่น่าดูมากมาย เนื่องจากว่าอสูรกายประเทศเกาหลีเคยทำเป็นดีใน The Host ซึ่งหนังหัวข้อนี้จะทำเป็นดีอย่างเรื่องดังที่ได้กล่าวมาแล้วไหมไปติดตาม

ภายหลังจากการขุดน้ำมันกลับจบด้วยความผิดพลาดแล้วก็สำนักงานใหญ่ก็สั่งการให้พวก เขาถอนกำลังออกมา หัวหน้าจองมานถูกส่งตัวให้ดูแลการถอนตัวจากอีคลิปส์ของผู้ร่วมทีม อย่างไรก็ตาม แฮจุน ผู้จัดการข้างเครื่องมือ (สวมบทโดย ฮาจีวอนรู้สึกมีความขัดแย้งอย่างหนักกับคำบัญชาของสำนักงานใหญ่ ด้วยเหตุว่าคุณแน่ใจว่าจะมีการศึกษาค้นพบน้ำมันในเซ็คเตอร์ 7 จริงๆในตอนที่แฮจุนและก็คณะทำงานกำลังขับเคลื่อนขุดน้ำมันหนสุดท้าย พวกเขาก็สูญเสียการติดต่อกับสำนักงานใหญ่และก็พวกเขาก็ถูกถั่งโถมด้วยความรู้สึกไม่น่าไว้วางใจที่ว่า มีอะไรบางอย่างอยู่ด้านนอกโน่น การต่อสู้ไม่มีความปรารถนากับศัตรูที่ไม่เคยเผชิญใน เซ็คเตอร์ 7

Sector 7 กำกับการแสดงโดยผู้กำกับชาวประเทศเกาหลี จี ฮุน คิม ที่ในผลงานเก่าๆของเขาจะมองเห็นได้ว่าเคยดูแลแม้กระนั้นหนังจำพวก คอมเมดี้ รวมทั้ง ดราม่า ฉะนั้นใน Sector 7 ก็เลยสำเร็จงานหนังแอ็คชั่น สยองขวัญ เรื่องแรกของผู้กำกับเลยก็ว่าได้ แถมเกิดเรื่องแรกที่จะต้องระดมทุนสร้างโอฬารไปกับ CG ของประเทศเกาหลีที่กำลังก้าวหน้าอยู่ด้วย ซึ่ง Sector 7 เปิดตัวหนังด้วยการปูบทแสนช้านาน ก่อนจะพบอสูรกายที่สร้างความระทึกใจให้ได้ไม่น้อย ฟังมองผิวเผินเรื่องราวก็ถือว่าน่าดึงดูดในระดับหนึ่ง พร้อมทั้งความเป็น 3D ด้วยแล้ว ซึ่งอย่างแรกที่จำต้องขอดูกับหนังตัวประหลาดประเทศเกาหลีประเด็นนี้เลยเป็น ด้านของฉากแอ็คชั่น ของหนัง ที่ถึงแม้ว่าจะยึดเอาคติที่ว่า ตัวนำเก่งเว่อร์’ ไว้มากพอควร แต่ว่านั้นก็มิได้ลดความมันส์ของฉากแอ็คชั่นในหนังเลยก็ได้ล่ะนะครับ

ด้วยเหตุว่าพูดได้ว่าแต่ละฉากแอ็คชั่นนับว่าหนังมีคิวบู๊ แล้วก็ รักษาสไตล์ฉากแอ็คชั่นเน้นย้ำหรูของหนังไว้ได้ครบ แถมแต่ละฉากนี้ก็เจตนาให้มันออกมาในต้นแบบทะลุหน้าจอมากใช้ได้ด้วยเหมือนกันพร้อมด้วยหนังจัดว่ามีใจความสำคัญแอบกัดจิก ประเทศตนเองอย่าง ประเทศเกาหลี ในด้านของการเจาะน้ำมัน ได้ออกมาประจวบเหมาะสิ่งเดียวกัน รวมทั้งอย่างท้ายที่สุดเป็นด้าน CG อสูรกายของหนังที่ใน Sector 7 จำเป็นต้องขอดูว่าสามารถออกแบบต้นแบบตัวตัวประหลาดออกมาได้ดูดี แล้วก็ น่ายำเกรงกว่า The Host แม้กระนั้นโชคร้ายที่ดูด้านเรื่องราวและก็ส่วนประกอบหลายอย่างแล้วหนังกลับเทียบเคียงไม่ติดเลยก็ว่าได้กับ The Host ครับผม

สรุปแล้ว Sector 7 นับได้ว่าเป็นหนังตัวประหลาดประเทศเกาหลี ซึ่งสามารถตอบปัญหาด้านความมันส์ของฉากแอ็คชั่นให้กับคอแอ็คชั่นได้อย่างแน่แท้ แต่ว่าอย่าเอาไปเทียบกับ The Host เชียวด้วยเหตุว่ามันแตกต่างกันฟ้ากับเหว ไม่ว่าจะเป็นข้อความสำคัญมานะดราม่าของหนัง หรือด้านอิงความเหมือนจริงของผู้แสดงก็ตามแต่ครับผม

รีวิว อิมมอร์ทอล เทพเจ้าธนูอมตะ

แน่ใจว่าชาวไทย1ล้านคนเข้าไปดูหนังเรื่อง Immortals ทวยเทพเทวดาธนูอมตะ เพราะ มองเห็นชื่อหนัง 300 ติดอยู่บนโปสเตอร์ แล้วก็มั่นใจว่าคนประเทศไทยอีก1ล้านคนกรุ๊ปเดิมนั้น ยิ่งต้องการเข้าไปมองเมื่อได้มองเห็นหนังตัวอย่างที่ปลดปล่อยออกมา โชว์เคล็ดลับพิเศษด้านภาพแบบสวยฉากแอ็คชั่นมาดเท่ห์ การรบในสมัยเก่า ภาพฝันของ ความรู้ความเข้าใจกรุ๊ปเทวดาในแคลชออฟเดอะไททันและก็ กองทัพการสู้รบที่เกียรติศักดิ์สามร้อย ยิ่งทำให้หนังประเด็นนี้น่าดูดู แต่ว่าหยุดไว้ก่อนอิมมอร์ทอล ก็คืออิมมอร์ทอล ผู้กำกับ300มิได้ควบคุม (คนดูแล300โน่นชื่อ แซค ไนเดอร์ ค่าจ้างคงจะแพงแล้ว ไปทำหนังวอชเม็น หนังนกเค้าแมว หนังซัคเกอร์พันช์แทนซะแล้ว แล้วก็เริ่มจะมี แมนออฟสตีล หนังซูเปอร์แมน ดารานำชาย เฮนรี่ คาวิลล์ ก็ดารานำชายผู้เดียวกับอิมมอร์ทอเนี่ยล่ะ ผู้ผลิตเดิมนั่นแหละ แต่ว่าเอาผู้กำกับที่ชื่อว่า ทาร์เซม สิงห์ ที่เคยทำหนัง เดอะเซลล์ (เจนนิเฟอร์?โลเปซ) แล้วก็ เดอะฟอลล์ ที่ภาพงามแม้กระนั้นหลับสบาย นั่นแหละมาทำ

แต่ว่าภายหลังจากพอใจเสียเวลาเปล่า ว่าจะได้ดูซิอเมริกา ในช่วงวันที่ 10-11-2011 ด้วยเหตุว่าผลจากน้องน้ำ (มีผลกระทบต่อโรงฉายหนังสถานที่ทำฟิล์มถ่ายรูปหนังทำดูดซับหนังทำให้หนังหัวข้อนี้ขยับมาแทบเดือน คอยจนกระทั่งเงกเลย ว่างั้น แต่ว่าเอาละ ไปสู่สภาวะธรรมดา บ้านพวกเราก็คงจะได้ดูหนังก่อนอเมริกายกตัวอย่างเช่นเดิม หนังเข้าฉายบ้านพวกเราในแบบที่ชี้แนะให้รับดูเป็น 3มิติ ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้คนจำนวนมากมักถามหาเป็น สามมิติมันดีไหม นูนออกมาเยอะแยะไหม ซึ่ง.. หนังเรื่องเดียวกัน คนสองคนกลับมองเห็นแตกต่าง ไม่อ่ะพี่ ลอยมาเพียงแค่ดูดซึม”, “มันก็ลอยเด่นออกมาเลยนะ เป็นชั้นๆ”, “มันลึกลงไปในหน้าจอหว่ะพี่”, “ไม่มีอะไรเล้ย มองแบบปกติเหอะ” อื่นๆอีกมากมาย ลาบลาบลา เนอะ แต่ว่าสำหรับผมเอง หนังหัวข้อนี้อยู่ในขั้นที่ว่า มันลอยแยกออกมาเป็นชั้นๆรวมทั้งมีฉากที่ลอยเด่นออกมา แต่ว่าไม่ถึงกับทะลุมาถึงพวกเรา ซึ่งอันนี้ อาจจะจะต้องใช้สายตาของตนพิสูจน์มอง งานภาพอย่างงี้ สีสันแบบงี้ ใช้ความพิเศษของสามมิติออกมาได้มากพอสมควร(สามมิติที่แจ๋วมากทั้งยังลึก อีกทั้งนูน ทั้งที่ยังไม่ตายชั้นภาพสว่างชัดแจ๋วสีผ่องใส เป็นพวกภาพที่เป็นแอนิเมชั่นอยู่ดี)

ถึงเวลาเข้าเนื้อหาเสียรู้ หนังถือเอาตำนานเทวดาของภาษากรีก มาเล่าในอีกมุมหนึ่ง ถ้าเกิดจำอะไรได้ว่าอะไรเป็นอะไรก็ลืมไปก่อน เอานั่น ผสมที่ตรงนี้ ส่วนผู้ที่พึ่งจะรู้จักเธสิอุซ ก็ว่ากันไปอย่างนั้น หนังเอ่ยถึงการรุกรานของกษัตริย์ที่ไฮพีเรียน ที่ค้นหา คันธนูที่เอพิรุส เพื่อจะเอาไปทำอะไรสักอย่าง มีแล้วอาจจะครอบครองโลกได้ เอ็งเลยค้นหา กลับหินทุกก้อน เพื่อจะค้นให้พบ ต่อนี้ไปก็จะมาถึงหมู่บ้านที่ผู้แสดงนำชาย เธสิอุสอยู่ซะแล้ว ก็โชคร้ายฮะ โดนฆ่าแม่ทิ้ง โกรธแค้นสิ แต่ว่าทำอะไรได้เทวดาซุส ที่อยู่ด้านข้างมาตลอดก็ช่วยอะไรมิได้ ด้วยเหตุว่ามันเรื่องของคนเรา แม้กระนั้นผู้แสดงนำชายก็คือผู้แสดงนำชาย ใช้ความกล้าที่ตัวเองมี บวกกับแอบเสียทีบางส่วนให้เทวดาแอบเห็นอกเห็นใจรวมทั้งเลือกข้างมาช่วย ก็ได้เรื่องจนได้

ฉากแอ็คชั่นของหนังมีมิได้อัดแน่นอะไรมากเท่าไรนัก แม้กระนั้นก็เป็นการนำความนิยมชมชอบของผู้ชม มาใช้ซ้ำกันอีก (มองคลิปข้างล่างแม้กระนั้นคราวนี้ในต้นแบบสามมิติ และก็ชั่วร้ายมากกว่าเดิมคอหลุด ขาขาด เลือดสาดเป็นถัง คนชอบดูหนังที่คาดหวังความสาแก่ใจอาจพอใช้ได้อะไรกลับไปบ้างซีนที่มีเหล่าเทพลงมาถือสิทธิ์สำหรับการคุ้มครองปกป้อง น่าจะเป็นฉากที่โอเคสุดแล้ว ส่วนการสู้ของเธสิอุเอง พวกเรากลับมิได้รู้สึกถึงความรู้ความเข้าใจอะไรมากเท่าไรนัก อาจจะเนื่องจากเป็นการสู้กันของผู้คน ฉากกองทัพนับแสนยกพวกมารบ โชคร้ายที่เป็นฉากรบปกติในพื้นที่ปิดทึบอาภรณ์ถูกวางแบบอย่างมีจินตนาการที่หลุดโลกดี ผมสนุกสนานกับการดู การออกแบบข้าวของ รวมทั้งสถานที่ ที่อยู่ในฉาก อาทิเช่นโคที่ถูกไฟเผา ที่อยู่ของเทวดาบนสรวงสวรรค์ เครื่องนุ่งห่มของกรุ๊ปคำทำนาย สถานที่ของบรรพชิต เหมืองเกลือ เรือบนสมุทรน้ำมัน อาวุธเครื่องเพชรพลอยของเทวดา คิดว่า โปรดัคชั่นเอ็ง มาก” ดี

ดูหนังจบ พึงพอใจในตำนานเรื่องเล่าของเทวดาทางภาษากรีก อาจต้องการไปพบอะไรอ่านเพิ่ม อยากทราบว่าอะไรจะเป็นอะไรต่อ ส่วนรู้จักดีอยู่แล้ว ก็คงจะกลับไปค้นหนังสือมาอ่านอีกครั้งด้วยเหมือนกันเฮ้ย เรื่องมันเป็นอย่างงี้เรอะ มึน มันไม่ช่ายยย

ให้ 8/10 เนื่องจากว่ารอดูผลงานของมึง มาตั้งแต่เดอะเซลล์ เดอะฟอลล์ แล้วเหอะ ภาพงาม เครื่องแต่งตัวแจ่มสมใจอยาก ชั่วร้ายและก็เลือด แม้กระนั้นฉากแอ็คชั่นน้อยไปหน่อยนะ ราวกับลูกชิ้นในถ้วยชามกวยเตี๋ยวที่มีไม่มากลูก แต่ว่าเนื้อเต็มๆไม่ใช่ลูกชิ้นแป้ง